TOEIC Part 7: อ่านยังไงให้ทัน 54 ข้อใน 55 นาที
พาร์ทที่มีข้อมากที่สุดในข้อสอบ และเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่คะแนน Reading ของคนไทยต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
ถ้าคุณเคยนั่งอยู่ในห้องสอบแล้วเหลือเวลา 15 นาทีสำหรับ 25 ข้อสุดท้าย คุณไม่ได้เป็นคนเดียว นี่คืออาการที่พบบ่อยที่สุดในฝั่ง Reading และสิ่งที่น่าเสียดายคือ คะแนนที่หายไปไม่ได้หายเพราะอ่านไม่ออก แต่หายเพราะอ่านไม่ทัน
เข้าใจโครงสร้างก่อน
Part 7 แบ่งเป็นสามแบบ และแต่ละแบบใช้กลยุทธ์ต่างกัน
| รูปแบบ | ลักษณะ | เวลาที่ควรใช้ |
|---|---|---|
| เอกสารเดี่ยว | อีเมล ประกาศ โฆษณา บทความสั้น · 2–4 คำถามต่อชุด | ~3 นาที/ชุด |
| เอกสารคู่ | สองฉบับที่เกี่ยวข้องกัน เช่น ประกาศ + อีเมลตอบกลับ · 5 คำถาม | ~5 นาที/ชุด |
| เอกสารสามฉบับ | สามฉบับประกอบกัน · 5 คำถาม · มักมีข้อที่ต้องเชื่อมข้อมูลข้ามฉบับ | ~5–6 นาที/ชุด |
ข้อสำคัญเรื่องการจัดลำดับ: คุณไม่จำเป็นต้องทำเรียงตามลำดับ เอกสารเดี่ยวที่สั้นจะอยู่ช่วงต้นของพาร์ท และให้คะแนนต่อเวลาสูงที่สุด ทำให้ครบก่อน แล้วค่อยไปเจอชุดหลายฉบับ อย่าปล่อยให้เวลาหมดตอนยังเหลือเอกสารสั้น ๆ ที่ทำได้อยู่
หลักการสำคัญ: อ่านคำถามก่อน
การอ่านบทความทั้งฉบับให้เข้าใจแล้วค่อยดูคำถาม เป็นวิธีที่ให้ความเข้าใจดีที่สุด และช้าที่สุดด้วย ในข้อสอบที่มีเวลาเฉลี่ยข้อละหนึ่งนาที คุณไม่มีต้นทุนพอสำหรับวิธีนั้น
ลำดับที่เร็วกว่า:
- ดูหัวเอกสารก่อน 5 วินาที ว่าเป็นอีเมล ประกาศ หรือโฆษณา ใครส่งถึงใคร แค่นี้ก็ได้บริบทแล้ว
- อ่านคำถามทั้งชุด โดยยังไม่ต้องอ่านตัวเลือก จำไว้ว่ากำลังหาอะไร
- กวาดตาหาข้อมูลนั้นในเอกสาร คำถามส่วนใหญ่เรียงตามลำดับที่ข้อมูลปรากฏในเนื้อความ
- ค่อยอ่านตัวเลือกเมื่อเจอจุดที่ใช่แล้ว
ข้อยกเว้นคือคำถามที่ถามใจความรวม เช่น “What is the purpose of the email?” ซึ่งตอบได้จากย่อหน้าแรกและประโยคแรกของแต่ละย่อหน้าเกือบเสมอ
กับดักใหญ่ที่สุด: คำที่เหมือนเกินไป
นี่คือเหตุผลที่หลายคน “เจอคำตอบในบทความแล้ว แต่ยังตอบผิด”
ตัวเลือกที่ถูกมักถูกเขียนใหม่ด้วยคำอื่น ส่วน ตัวเลือกหลอกมักหยิบคำจากบทความมาใช้ตรง ๆ เพื่อให้รู้สึกคุ้นตา
ในบทความ: “The shipment has been delayed due to inclement weather.”
ตัวเลือกที่ถูก: The delivery will arrive later than planned.
(ไม่ใช้คำว่า shipment, delayed หรือ weather เลยสักคำ)
ตัวเลือกหลอก: The weather has improved.
(มีคำว่า weather ที่คุ้นตา แต่ความหมายตรงข้าม)
เมื่อไหร่ที่คุณเลือกตัวเลือกเพราะ “เห็นคำนี้ในบทความ” ให้หยุดแล้วอ่านประโยคนั้นอีกครั้ง ความคุ้นตาไม่ใช่หลักฐาน
ประเภทคำถามที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
คำถามแบบ NOT / EXCEPT
เช่น “What is NOT mentioned about the conference?” ข้อแบบนี้ต้องตรวจทีละตัวเลือกว่ามีในเนื้อความหรือไม่ ซึ่งกินเวลามาก ถ้าเวลาเหลือน้อย ให้ข้ามข้อประเภทนี้ไปก่อน แล้วกลับมาทำทีหลัง เพราะใช้เวลาพอ ๆ กับสองข้อธรรมดา
คำถามแทรกประโยค
ให้ประโยคหนึ่งมา แล้วถามว่าควรใส่ตรงตำแหน่งใด วิธีที่เร็วที่สุดคือดู คำเชื่อมและคำสรรพนามในประโยคนั้น เช่นถ้าขึ้นต้นด้วย However แปลว่าประโยคก่อนหน้าต้องมีใจความตรงข้าม หรือถ้ามีคำว่า this policy แปลว่าก่อนหน้านั้นต้องมีการพูดถึงนโยบายมาแล้ว
คำถามเชื่อมข้ามเอกสาร
ในชุดเอกสารหลายฉบับ จะมีอย่างน้อยหนึ่งข้อที่ต้องใช้ข้อมูลจากสองฉบับพร้อมกัน เช่น ฉบับแรกบอกตารางราคา ฉบับที่สองบอกว่าลูกค้าสั่งรุ่นไหน แล้วถามว่าลูกค้าต้องจ่ายเท่าไหร่ ถ้าหาคำตอบในฉบับเดียวไม่เจอ อย่าเพิ่งคิดว่าอ่านพลาด ให้เดาไว้เลยว่าเป็นข้อเชื่อมข้ามฉบับ
ถ้ารู้ตัวว่าจะทำไม่ทัน
เมื่อเหลือเวลา 10 นาทีและยังเหลืออีกหลายข้อ อย่าไล่ทำตามลำดับต่อไป ให้ทำสามอย่างนี้แทน:
- ฝนคำตอบทุกข้อที่เหลือด้วยตัวอักษรเดียวกันทันที เพื่อกันการปล่อยข้อว่าง เพราะ TOEIC ไม่หักคะแนนข้อผิด
- กลับไปเก็บเฉพาะคำถามที่หาคำตอบได้เร็ว เช่นข้อที่ถามเวลา ราคา หรือชื่อคน ซึ่งกวาดตาหาได้ในไม่กี่วินาที
- ข้ามข้อ NOT/EXCEPT และข้อเชื่อมข้ามเอกสารไปเลย ในสถานการณ์นี้มันไม่คุ้มเวลา
ฝึกความเร็วนอกห้องสอบ: จับเวลาอ่านอีเมลภาษาอังกฤษวันละ 3 ฉบับ ฉบับละ 2 นาที แล้วสรุปเป็นภาษาไทยหนึ่งประโยคว่าผู้ส่งต้องการอะไร การฝึกจับ “ประเด็นหลัก” ให้ไวคือทักษะเดียวกับที่ Part 7 วัด และฝึกได้จากเนื้อหาในชีวิตจริงโดยไม่ต้องใช้ข้อสอบ
ซ้อม Part 7 แบบจับเวลาจริง
MibooEnglish จับเวลาแบบสนามสอบจริง และบอกว่าคุณเสียคะแนนเพราะ “ไม่รู้” หรือ “ไม่ทัน” ซึ่งเป็นสองปัญหาที่ต้องแก้คนละวิธี
เริ่มซ้อมฟรี เริ่มใช้ฟรี ไม่ต้องใส่บัตรเครดิตคำถามที่พบบ่อย
TOEIC Part 7 มีกี่ข้อ ควรใช้เวลาเท่าไหร่
Part 7 มี 54 ข้อ ซึ่งมากที่สุดในข้อสอบทั้งฉบับ ควรเหลือเวลาไว้ให้พาร์ทนี้ราว 55 นาทีจาก 75 นาทีของฝั่ง Reading โดยแบ่งคร่าว ๆ เป็นเอกสารเดี่ยวประมาณ 3 นาทีต่อชุด และเอกสารหลายฉบับประมาณ 5 นาทีต่อชุด
ควรอ่านบทความก่อนหรืออ่านคำถามก่อน
อ่านคำถามก่อนได้ผลดีกว่าสำหรับผู้สอบส่วนใหญ่ เพราะทำให้รู้ว่ากำลังหาอะไร แล้วกวาดตาหาเฉพาะข้อมูลนั้นแทนการอ่านทุกคำ ยกเว้นคำถามที่ถามใจความรวมของบทความ ซึ่งต้องกวาดอ่านย่อหน้าแรกและประโยคแรกของแต่ละย่อหน้า
ทำ Part 7 ไม่ทันตลอด แก้ยังไง
สาเหตุมักไม่ได้อยู่ที่ Part 7 เอง แต่อยู่ที่การใช้เวลาเกินใน Part 5 และ 6 ให้กำหนดเพดานไว้ว่า Part 5 ไม่เกิน 12 นาที และ Part 6 ไม่เกิน 8 นาที หากเลยเพดานให้เดาแล้วข้ามทันที นอกจากนี้ควรเริ่มทำจากเอกสารที่สั้นที่สุดก่อนเพื่อเก็บข้อง่ายให้ได้มากที่สุด
ทำไมเจอคำตอบในบทความแล้วยังตอบผิด
เพราะคำตอบที่ถูกมักถูกเขียนใหม่ด้วยคำอื่นที่มีความหมายเดียวกัน ในขณะที่ตัวเลือกหลอกมักหยิบคำจากบทความมาใช้ตรง ๆ เพื่อให้รู้สึกคุ้นตา หากเจอตัวเลือกที่ใช้คำเหมือนบทความเป๊ะ ๆ ควรตรวจสอบให้ละเอียดก่อนเลือก